ก่อนการผ่าตัด ReLEx

ก่อนการผ่าตัด

ก่อนทำการผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนตรวจวิเคราะห์สภาพตา


หากท่านคิดว่า ReLEx อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการลดการพึ่งพาแว่นสายตา หรือคอนแทคเลนส์ของท่าน TRSC ขอแนะนำให้ท่านเข้ารับการตรวจวิเคราะห์สภาพตาโดยละเอียดเพื่อรักษา ReLEx ซึ่งมีความสำคัญ สองประการ คือ

  • ประการแรก เพื่อพิจารณาว่าท่านเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการรักษา ReLEx หรือไม่
  • ประการที่สอง เพื่อพิจารณาว่าดวงตาของท่านมีสุขภาพตาสมบูรณ์ มีโรคใดๆ หรือไม่

การเตรียมตัวเพื่อตรวจวิเคราะห์สภาพตา

1 งดใส่คอนแทคเลนส์ ก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตา

- คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (Soft Lens) ควรงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 3 วันก่อนตรวจ
- คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Hard Lens) หรือชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม (Semi Hard Lens) ควรงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 14 วันก่อนตรวจ
- สามารถใช้แว่นสายตาแทนในระหว่างที่ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์

เหตุผลของการงดใส่คอนแทคเลนส์ เนื่องจากคอนแทคเลนส์สัมผัสโดยตรงกับกระจกตาเมื่อใช้ไปนานๆ อาจทำให้รูปร่างของกระจกตาเปลี่ยนแปลงได้ และจะต้องใช้เวลาในการกลับคืนรูปร่างตามธรรมชาติ คอนแทคเลนส์ชนิดแข็งจะมีผลต่อกระจกตามากกว่าคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม การวัดสายตาโดยที่ถอดคอนแทคเลนส์มาไม่นานพอ จะได้ค่าการวัดที่ไม่เที่ยงตรงในวันตรวจวิเคราะห์สภาพตา จักษุแพทย์จะเป็นผู้ตรวจวิเคราะห์ว่า กระจกตากลับสู่รูปร่างตามธรรมชาติหรือยัง

นอกเหนือจากนั้นคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม ยังมีผลต่อปริมาณของน้ำตาที่หล่อเลี้ยงผิวตา ซึ่งจะทำให้เกิดสภาวะผิวตาแห้ง ทำให้มีผลต่อการวัดสายตา และต่อการสมานตัวของเซลล์ผิวตา หากความโค้งของกระจกตายังไม่ปกติ หรือยังมีภาวะผิวตาแห้ง จักษุแพทย์จะแนะนำให้ท่านถอดคอนแทคเลนส์ต่อไปอีกอย่างน้อย 2-3 วัน หรือตามความเหมาะสม และนัดท่านกลับมาตรวจสภาพกระจกตาซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

2 การหยุดยาบางประเภท

  • ยารักษาสิวชนิดรับประทานในกลุ่ม Isotretinoin เช่น Roaccutance, Acnotin, Isotret ต้องหยุดยาก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตาและก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 เดือนเต็ม เนื่องจากยาชนิดนี้ส่งผลให้เยื่อบุตาต่างๆ แห้งกว่าปกติ รวมถึงผิวกระจกตาด้วย
  • หากใช้ยารักษาโรคประจำตัวอื่นๆ ใดอยู่ กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบในวันตรวจ เช่น เบาหวาน, ความดัน, ไขมัน, ยาไทรอยด์ และยานอนหลับทุกชนิด แต่ท่านยังคงใช้ยาได้ตามปกติ ไม่ต้องหยุดยาใดๆ ในวันตรวจ

3 ข้อมูลสำคัญอื่นๆ ที่ควรทราบก่อนการตรวจวิเคราะห์สภาพตา

  • แพทย์ผู้ตรวจวิเคราะห์สภาพตาจะเป็นแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดให้กับท่าน ดังนั้นหากท่านต้องการระบุแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด กรุณานัดตรวจวิเคราะห์สภาพตากับแพทย์ท่านนั้น
  • กรณีที่มีความประสงค์หรือวางแผนที่จะเข้ารับการรักษาด้วย ReLEx นานเกิน 90 วันนับจากวันที่ตรวจ ท่านจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจซ้ำในบางขั้นตอน การตรวจซ้ำนี้มีความจำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อท่านเอง เนื่องจากในช่วงเวลาก่อนการผ่าตัดท่านอาจมีการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตา หรืออาจมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นได้ ดังนั้นการตรวจซ้ำก็จะเป็นการยืนยันผลการตรวจอีกครั้งหนึ่ง

4 เวลาที่ใช้ในวันที่ตรวจวิเคราะห์สภาพตา: ใช้เวลาประมาณ 3 - 4 ชม. (นับจากเวลานัดหมาย)

 

5 ขั้นตอนในการตรวจวิเคราะห์สภาพตา


  • ลงทะเบียนผู้เข้ารับการรักษาใหม่
  • การรับชมข้อมูล เพื่อศึกษารายละเอียดของการรักษา
  • การตรวจวัดสภาพของดวงตาด้วยเครื่องมือแพทย์ประเภทต่างๆ
  • การตรวจวัดสายตาทั้งก่อนและหลังหยอดยาขยายม่านตา
  • การหยอดยาขยายม่านตา
  • การตรวจวิเคราะห์สภาพตา และวิเคราะห์ผลการตรวจทั้งหมดโดยจักษุแพทย์ผู้ที่ทำการผ่าตัด












6 การสรุปผลการตรวจวิเคราะห์สภาพตาโดยจักษุแพทย์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ

  • ท่านมีสุขภาพตาสมบูรณ์แข็งแรง สามารถรักษาด้วย ReLEx ได้ โอกาสสำเร็จในการรักษาและโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ ท่านสามารถนัดผ่าตัดการรักษาด้วย ReLEx ได้ทันที หรือตามที่ท่านสะดวก
  • ท่านไม่สามารถรักษาด้วย ReLEx ได้ อาจเนื่องจากเหตุผลต่างๆ จากสภาพของดวงตา สภาพร่างกาย หรือสภาพจิตใจ ฯลฯ แพทย์ผู้ตรวจอาจแนะนำทางเลือกการรักษาอื่นๆ ที่เหมาะสมกับท่านต่อไป เช่น วิธี PRK การผ่าตัดใส่เลนส์เสริม Phackic IOL โดยแพทย์ผู้ตรวจจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของท่านต่อไป
  • ท่านอาจจะสามารถเข้ารับการรักษาด้วย ReLEx ได้ แต่ต้องมีการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สภาพดวงตากลับสู่สภาพปกติ เหมาะสมต่อการรักษา เช่น อาการตาแห้ง หรือตาอักเสบจากการแพ้คอนแทคเลนส์ หรือการตรวจต่อกับจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ เพื่อประเมินโรคตาต่างๆ เช่น สงสัยโรคจอประสาทตา หรือสงสัยโรคต้อหิน ฯลฯ

7 อาการหลังการหยอดยาขยายม่านตาด้วยยา Mydriacyl (Tropicamide 1.0 %) ซึ่งผลของยาจะทำให้มีอาการดังต่อไปนี้

  • มองเห็นไม่ชัดเจน ภาพเบลอ
  • มองใกล้ลำบาก เมื่อใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์
  • สู้แสงจ้าลำบาก อาจช่วยบรรเทาได้โดยการใส่แว่นกันแดด (ในกรณีที่ท่านนัดตรวจในตอนกลางวัน)
  • อาจมีอาการวิงเวียนศรีษะ
  • อาการดังกล่าว จะมีผลเป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง
จากอาการดังกล่าวจึงไม่แนะนำให้ขับรถมาเองในวันตรวจ


การนัดหมายวันการรักษาด้วย ReLEx

หลังจากท่านผ่านกระบวนการ การตรวจวิเคราะห์สภาพตาโดยละเอียดแล้ว หากท่านมีสุขภาพตาสมบูรณ์ และสามารถรักษาด้วย ReLEx ได้ ท่านสามารถนัดหมายวันผ่าตัดได้ภายใน 90 วัน หากท่านตัดสินใจนัดหมายผ่าตัดหลังจาก 90 วัน นับจากวันที่ตรวจ ท่านจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจซ้ำในบางขั้นตอน การตรวจซ้ำนี้มีความจำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อท่านเอง เนื่องจากในช่วงเวลาก่อนการผ่าตัดท่านอาจมีการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตา หรืออาจมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นได้ ดังนั้นการตรวจซ้ำก็จะเป็นการยืนยันผลการตรวจอีกครั้งหนึ่ง

การเตรียมตัวสำหรับการรักษาด้วย ReLEx

 

1. ตรวจเลือด Anti-HIV และนำใบรายงานผลการตรวจเลือดอย่างเป็นทางการ มาแสดงในวันผ่าตัด (ชื่อในผลการตรวจเลือดจะต้องตรงกับชื่อที่ให้ไว้กับ TRSC) ผลตรวจต้องไม่เกิน 90 วัน หากท่านไม่นำใบรายงานผลดังกล่าวมาแสดง TRSC สามารถปฏิเสธการผ่าตัดได้

  • เหตุผลของการตรวจเลือด Anti-HIV เนื่องจากการรักษาด้วย ReLEx ถือได้ว่าเป็นการผ่าตัดที่ไม่ได้รักษาโรค ดังนั้น หากจะทำการผ่าตัดดังกล่าว เราควรแน่ใจได้ว่าผู้เข้ารับการรักษามีภูมิคุ้มกันที่ปกติ เพราะหากมีภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง ก็อาจจะส่งผลให้เกิดโอกาสติดเชื้อได้สูงกว่าปกติ
  • ในกรณี ผู้เข้ารับการรักษามีผลการตรวจเลือด Anti-HIV เป็นบวก หากผู้เข้ารับการรักษามีความประสงค์จะรักษาด้วย ReLEx จักษุแพทย์ TRSC จะทำการปรึกษากับ แพทย์ที่ดูแลผู้เข้ารับการรักษาในเรื่องภูมิคุ้มกัน เพื่อที่จะตรวจดูระดับภูมิคุ้มกันของผู้เข้ารับการรักษา (เช่น CD-4 count, viral load ฯลฯ) และพิจารณาร่วมกันถึงโอกาสในการรักษา และหากสามารถรักษาได้การรักษาด้วย ReLEx ก็จะทำทีละตา

2. ท่านควรถอดคอนแทคเลนส์เป็นเวลาอย่างน้อยเท่ากับระยะเวลาที่ท่านถอดคอนแทคเลนส์ก่อนเข้ารับการตรวจวิเคราะห์สภาพตา เพื่อให้ผิวกระจกตาของท่าน มีสภาพสมบูรณ์เทียบเท่ากับสภาพผิวกระจกตาในวันที่มาตรวจ

3. ในวันผ่าตัด ท่านควรสระผมมาก่อน สุภาพสตรีงดแต่งหน้า ไม่ควรนำเครื่องประดับและทรัพย์สินมีค่าใดๆ มาด้วย

4. ในวันผ่าตัดไม่ควรสวมเสื้อที่สวมหรือถอดทางศรีษะ เพื่อความปลอดภัยเวลาท่านเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าสัมผัสบริเวณตาของท่าน

5. หากมียาที่รับประทานเป็นประจำ กรุณาปรึกษาแพทย์ตั้งแต่วันตรวจ ว่าท่านจะต้องงดรับประทานยานั้นหรือไม่

6. ท่านสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ที่ท่านเคยรับประทานได้

7. ห้ามใช้สเปรย์ดับกลิ่น หรือน้ำหอมทุกชนิด และงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากแอลกอฮอล์อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องเลเซอร์

8. ในวันผ่าตัดห้ามผู้เข้ารับการรักษาขับรถเอง เพราะหลังการผ่าตัดจะต้องปิดฝาครอบตา ถึงแม้จะสามารถมองผ่านรูเล็กๆ ของฝาครอบตาได้ แต่ภาพจะยังไม่คมชัด นอกจากนี้ผู้เข้ารับการรักษาอาจมีอาการแสบตา เคืองตา น้ำตาไหล ซึ่งจะทำให้การขับรถขาดความปลอดภัย

9. กรณีผู้เข้ารับการรักษาอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันตรวจ และวันผ่าตัด

  • กรุณานำผู้ปกครองตามกฏหมายมาเข้ารับฟังข้อมูลด้านการรักษาในวันตรวจ
  • ในวันผ่าตัดผู้ปกครองตามกฏหมายลงนามในเอกสารแสดงความจำนงและยินยอมเข้ารับการผ่าตัด

10. หลังจากท่านผ่านกระบวนการ การตรวจวิเคราะห์สภาพตาโดยละเอียดแล้ว หากท่านมีสุขภาพตาสมบูรณ์ และสามารถรักษาด้วย FemtoLASIK ได้ ท่านสามารถนัดหมายวันผ่าตัดได้ภายใน 90 วัน หากท่านตัดสินใจนัดหมายผ่าตัดหลังจาก 90 วัน นับจากวันที่ตรวจ ท่านจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจซ้ำในบางขั้นตอน การตรวจซ้ำนี้มีความจำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อท่านเอง เนื่องจากในช่วงเวลาก่อนการผ่าตัดท่านอาจมีการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตา หรืออาจมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นได้ ดังนั้นการตรวจซ้ำก็จะเป็นการยืนยันผลการตรวจอีกครั้งหนึ่ง