|
|
หากท่านไม่สามารถรับการรักษาด้วยวิธี LASIK และ PRKได้เนื่องจากท่านมีภาวะสายตาผิดปกติ สั้น ยาว เอียง มากเกินไป แต่ท่านคงยังต้องการมองเห็นโลกอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องการพึ่งแว่นอยู่ละท่านจะทำอย่างไร? มีทางเลือกอื่นๆไหม? คำตอบคือ มี! เพราะท่านอาจจะเลือกการผ่าตัดใส่เลนส์เสริมPhakic IOLได้ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ
|
Phakic Intraocular Lenses หรือ Phakic IOL คืออะไร ?
Phakic intraocular lens หรือ Phakic IOL คือ เลนส์ชนิดพิเศษที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติเช่นเดียวกับคอนแทคเลนส์ ต่างกันตรงที่ Phakic IOL ถูกนำไปใส่ไว้ภายในตาแบบถาวร โดยที่ไม่ได้นำเลนส์แก้วตาธรรมชาติออกจากตา การใส่เลนส์ Phakic IOL มักใช้กับผู้ที่มีภาวะสายตาผิดปกติ ที่ไม่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีเลสิค เช่น ผู้ที่มีกระจกตาบาง สายตาสั้นมาก เป็นต้น Phakic intraocular lens มีให้เลือกหลายชนิด ได้แก่ Implantable Collamer Lens หรือ ICL และ Phakic Refractive Lens หรือ PRL เป็นต้น
|
ใครคือผู้ที่เหมาะสมกับการใส่เลนส์ Phakic IOL ?
Phakic IOL เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีเลสิคได้ จักษุแพทย์ผู้ทำการรักษา จะพิจารณาใส่เลนส์ ชนิดนี้ให้กับคนไข้ที่มีคุณลักษณะดังนี้
- มีภาวะสายตาสั้น ยาวโดยกำเนิดหรือสายตาเอียงมาก
- มีกระจกตาบาง
- มีอาการตาแห้งอย่างรุนแรง
- มีอายุระหว่าง 21-55 ปี และมีความลึกของช่องด้านหน้าลูกตา 3 มิลลิเมตรหรือมากกว่า
|
ประโยชน์ที่ได้รับจากการใส่เลนส์ Phakic IOL
- ใช้รักษาผู้ที่มีค่าสายตาสั้นหรือยาวมาก ที่ไม่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีเลสิค
- มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมาก
- วัสดุที่ใช้ในการผลิตตัวเลนส์มีคุณสมบัติพิเศษ เข้ากันได้ดีกับตาของผู้รับการรักษา
- เลนส์มีขนาดเล็ก พับได้ สอดเข้าไปภายในตาได้ง่าย
- แผลในการผ่าตัดมีขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องเย็บแผล
- ไม่ทำให้เนื้อเยื่อกระจกตาเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
- สามารถรักษาร่วมกับการแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธีอื่น ๆได้
- หากมีเหตุจำเป็น สามารถผ่าตัดนำเลนส์ออกหรือเปลี่ยนใหม่ได้
|
ขั้นตอนการรักษาด้วยการใส่เลนส์ Phakic IOL
ก่อนทำการรักษา จักษุแพทย์ จะตรวจวัดสายตาและตรวจประเมินสภาพตาคนไข้ เพื่อพิจารณาเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน การผ่าตัดใส่เลนส์ Phakic IOL มีความเสี่ยงต่ำมาก คนไข้สามารถกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ภายหลังเข้ารับการผ่าตัด การผ่าตัดใส่เลนส์ Phakic IOL แบ่งเป็น 2 ขั้นตอนคือ
- แพทย์จะใช้ YAG เลเซอร์ เปิดรูขนาดเล็กๆ2-3รูบริเวณด้านข้างของม่านตา เพื่อป้องกันความดันภายในตาสูงขึ้นภายหลังการผ่าตัดใส่เลนส์ คนไข้จะได้รับการ YAG เลเซอร์ จะทำล่วงหน้าก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์
- การผ่าตัดใส่เลนส์ Phakic IOL
เลนส์ Phakic IOL ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะพับได้ ง่ายต่อการผ่าตัดใส่เข้าไปในตา แพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็ก (3- 3.5 มิลลิเมตร) ผ่านกระจกตา เพื่อนำเลนส์ใส่เข้าไป แผลนี้จะสมานตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องเย็บแผล เลนส์ที่ถูกสอดเข้าไปในตา จะค่อย ๆคลี่ตัวออกและถูกวางไว้บริเวณหลังม่านตา และอยู่ด้านหน้าเลนส์แก้วตา ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
คนไข้จะได้รับยาชาเฉพาะที่ เพื่อลดอาการไม่สบายต่าง ๆที่เกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัด การผ่าตัดนี้ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หลังจากนั้น คนไข้สามารถกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ อย่างไรก็ตามกระบวนการในการรักษาทั้งหมดจะอยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากต้องมีขั้นตอนการเตรียมตัว และการหยอดยาขยายม่านตาก่อนทำผ่าตัด หลังผ่าตัด ไม่แนะนำให้คนไข้ขับรถเอง
โดยปกติ แพทย์จะผ่าตัดใส่เลนส์ Phakic IOL ให้คนไข้ทีละตา และรอให้แผลผ่าตัดที่ใส่เลนส์หายเป็นปกติเสียก่อน จึงจะใส่เลนส์ที่ตาอีกข้างหนึ่ง โดยทั่วไป มีระยะเวลาห่างกันประมาณ 1 สัปดาห์
|
ความคาดหวังและโอกาสสำเร็จของการผ่าตัดใส่เลนส์ Phakic IOL
ภายหลังการตรวจประเมินสภาพตา แพทย์จะจัดหาเลนส์ที่เหมาะสมกับตาของท่าน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นกับค่าสายตาของท่าน ดังนั้น เมื่อรวมการเว้นเวลา 1 สัปดาห์สำหรับการใส่ Phakic IOL ในตาข้างที่สอง ขั้นตอนการรักษาสายตาด้วยการใส่เลนส์ Phakic IOL จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 5 สัปดาห์
หากในอนาคต พบว่า คนไข้มีค่าสายตาหลงเหลืออยู่ การผ่าตัดอีกครั้งสามารถทำได้ หรือ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการปรับแต่งค่าสายตาด้วยวิธีเลสิค หรือ PRK เพิ่มเติมได้
การผ่าตัดใส่เลนส์ Phakic IOL มิได้ช่วยแก้ไขภาวะสายตายาวตามอายุ โดยธรรมชาติแล้ว คนทั่วไปที่มีสายตาปกติจะพบว่า การอ่านหนังสือตัวเล็ก ๆ เป็นเรื่องที่ยากลำบากเมื่ออายุย่างเข้า 38 ปีขึ้นไป เช่นเดียวกันกับผู้ที่ใส่เลนส์ Phakic IOL ก็จำเป็นต้องใช้แว่นอ่านหนังสือเมื่อย่างเข้าสู่วัยดังกล่าว
|
การดูแลดวงตาและการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด
การติดตามดูแลสุขภาพตาภายหลังการใส่เลนส์ Phakic IOL เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า แผลที่เกิดจากการผ่าตัดขณะใส่เลนส์ มีการสมานตัวและได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี การนัดตรวจติดตามของแพทย์หลังการผ่าตัด กำหนดไว้ในช่วงเวลาต่าง ๆ ดังนี้
- 1 วัน
- 1 สัปดาห์
- 1 เดือน
- 3 เดือน
- 1 ปี
แพทย์ผู้ทำการรักษา อาจปรับเปลี่ยนเรื่องการใช้ยา และอาจนัดตรวจติดตามผลการรักษาเพิ่มเติมในกรณีที่จำเป็น หากคนไข้จะเข้ารับการใส่เลนส์ Phakic IOL ที่ตาอีกข้างหนึ่ง จะต้องรอดูผลการตรวจติดตามหลังการผ่าตัด 1 สัปดาห์สำหรับตาข้างแรกที่ทำไปแล้วเสียก่อน
แนวทางการปฏิบัติตัว และข้อห้ามที่พึงระวังสำหรับผู้เข้ารับการรักษาสายตาผิดปกติด้วยการผ่าตัดใส่เลนส์ Phakic IOL ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังเข้ารับการผ่าตัด มีดังนี้คือ
- ห้ามว่ายน้ำ หรือห้ามให้น้ำเข้าตา
- งดกิจกรรมที่อาจทำให้เหงื่อเข้าตา
- งดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการกระทบกระเทือนแก่ดวงตา
- หลีกเลี่ยงการไอหรือจามอย่างรุนแรง
- พึงระวังไม่สั่นศีรษะ หรือ ก้มศีรษะลงต่ำ
- พึงระวังการขึ้นลงบันได
- หลีกเลี่ยงการทำงานครัวหรืองานทำความสะอาด
- รับประทานอาหารอ่อน ๆ
- ห้ามแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา
- งดการเล่นกับเด็กและสัตว์เลี้ยง
|
ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
ในการผ่าตัดใด ๆก็ตาม อาจเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ อัตราความเสี่ยงและความสำเร็จ ขึ้นอยู่กับการเลือกเลนส์โดยจักษุแพทย์ผู้ทำการรักษา ซึ่งจะเป็นการพิจารณาร่วมกันระหว่างคนไข้และแพทย์ผู้ทำผ่าตัด ในวันเข้ารับการตรวจประเมินสภาพตาฯ
รายงานเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัด :
- ความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งหรือขยับตัวเลนส์ หลังการผ่าตัด
- ความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนเลนส์ใหม่
- การเกิดความขุ่นมัวของเลนส์
- การเกิดความดันภายในตาสูงขึ้น
- การติดเชื้อ
คนไข้บางท่าน อาจมีอาการเวียนศีรษะ อาเจียนอันเนื่องมาจากภาวะความดันตาสูงขึ้นชั่วคราว อาการเหล่านี้จะค่อย ๆหายไปหลังการผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง
แพทย์ผู้ทำการรักษาท่าน จะเป็นผู้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสความเสี่ยงและผลดีที่ได้รับจากการผ่าตัดใส่เลนส์ Phakic IOL เพื่อให้ท่านสามารถตัดสินใจได้ว่า การใส่เลนส์ Phakic IOL เหมาะกับท่านหรือไม่ |