ไทย English ???

     
 
เปิดโลกอิสระแห่งการมองเห็นกับ TRSC
ต้อกระจก (Cataract)
   อาการและสาเหตุต้อกระจก
   การรักษาต้อกระจก
   ข้อดีของการรักษาต้อกระจก


Q&A ต้อกระจก
นัดหมายล่วงหน้ากับ TRSC
TRSC Family
ประเภทของการผ่าตัด
  การรักษาต้อกระจก
       - ต้อกระจก
       - ก่อนการผ่าตัด
           -  การเตรียมตัว
           -  ตรวจประเมินสภาพตา
           -  นัดหมายและเตรียมผ่าตัด
       - ระหว่างการผ่าตัด
       - หลังการผ่าตัด
       - Q&A ต้อกระจก
  การรักษาด้วยวิธีเลสิค Femtosecond LASIK
  การรักษาด้วยวิธีเลสิค(LASIK)
  การรักษาด้วยวิธี PRK
 การรักษาด้วยวิธี NV LASIK
การรักษาด้วยวิธีใส่เลนส์เสริม (Phakic IOL)


 
 
 Q&A การรักษาต้อกระจก (Cataract)
การตรวจวินิจฉัยต้อกระจกทำอย่างไร?
การสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาด์ (Phacoemulsification) คืออะไร ?
ก่อนการผ่าตัดจะต้องหยุดใช้ยาอะไรบ้าง ?
ต้อกระจกพบในผู้สูงอายุเท่านั้นใช่ไหม ?
ในบางกรณีต้องรอเวลาก่อนจะผ่าตัดสลายต้อกระจกเพราะอะไร ?
อาการของต้อกระจกมีอะไรบ้าง ?
การผ่าตัดต้อกระจกมีความเสี่ยงอะไรบ้าง ?
เมื่อไรจะกลับไปมองเห็นได้ตามปกติ ?
หลังจากผ่าตัดจะกลับมาเป็นต้อกระจกอีกไหม ?
  การตรวจวินิจฉัยต้อกระจกทำอย่างไร ?
 แพทย์จะทำการตรวจตาอย่างละเอียด โดยจะมีการหยอดยาขยายม่านตาเพื่อตรวจดูเลนส์แก้วตาว่าอาการของต้อกระจกอยู่ในระดับใด คนไข้จะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะทำการผ่าตัดต้อกระจกหรือไม่และขึ้นอยู่ว่าต้อกระจกนั้นเป็นปัญหาต่อการมองเห็นของคนไข้มากเพียงใด
 การสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาวด์ (Phacoemulsification) คืออะไร?
 การสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาวด์จะมีการเปิดแผลขนาดเล็กมาก และจะสอดปลายเครื่องมือเข้าไปในตาผ่านทางแผลนี้ คลื่นความถี่สูงจะถูกส่งผ่านจากปลายของเครื่องมีอนี้เพื่อไปสลายต้อกระจกให้เป็นชิ้นเล็กๆและดูดออกโดยปลายเครื่องมือชิ้นเดียวกัน ซึ่งถุงหุ้มเลนส์จะถูกปล่อยไว้หลังจากดูดต้อกระจกออกมาแล้ว
ก่อนการผ่าตัดต้อกระจก จะต้องหยุดใช้ยาอะไรบ้าง
  ก่อนผ่าตัด 1สัปดาห์ คนไข้จะต้องหยุดใช้ยาต่อไปนี้ : ยาละลายเกล็ดเลือดทุกชนิด, แอสไพริน และยาหดม่านตาเช่นพิโลคาร์ปีน แพทย์จะเป็นผู้อธิบายสาเหตุว่าทำไมต้องหยุดยาดังกล่าว คนไข้ที่มีโรคประจำตัวและมีการใช้ยารักษาโรคประจำตัวเช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด สามารถใช้ยาต่อไปได้โดยไม่ต้องหยุดยา
ต้อกระจกพบในผู้สูงอายุเท่านั้นใช่ไหม?

 ครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดเริ่มมีต้อกระจกเมื่อมีอายุ 65 ปี และผู้ที่มีอายุ75 ปีขึ้นไปเกือบทุกคนจะเป็นต้อกระจกอย่างน้อย 1 ข้าง แต่ในบางกรณีซึ่งพบน้อยมาก ต้อกระจกเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

• จากกรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นความผิดปกติของน้ำตาลบางชนิด (กาแลคโตส)
• เด็กเกิดจากมารดาติดเชื้อไวรัส เช่น หัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก หรือ มารดารับประทานยา บางชนิดในขณะตั้งครรภ์
• ได้รับอุบัติเหตุเกิดการกระทบกระแทกแรงๆบริเวณศีรษะ ใบหน้า ตา เช่น ถูกไม้ฟาด ถูกของมีคมทิ่ม หรือเศษโลหะกระเด็นเข้าตา เป็นต้น
• จากโรคตาบางชนิด เช่น โรคจอประสาทตา โรคต้อหิน หรือการอักเสบเป็นแผลของกระจกตาเป็นต้น
• โรคอื่นๆที่อาจทำให้เป็นต้อกระจกได้เร็วขึ้น เช่น โรคเบาหวาน
• การรับประทานยาสเตียรอยด์ เป็นประจำ

ในบางกรณีต้องรอเวลาก่อนจะผ่าตัดต้อกระจกเพราะอะไร ?
 ในระยะเริ่มต้นต้อกระจกจะเป็นจุดเล็กๆและคนไข้จะไม่รู้สึกแต่อย่างใดแต่จะค่อยๆมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความขุ่นมัวมากขึ้น การพบแพทย์เป็นประจำจะช่วยให้ทราบว่าต้อกระจกมีอาการอยู่ในระยะใด การผ่าตัดต้อกระจกมีความปลอดภัยแต่ถ้าต้อกระจกยังไม่รบกวนการมองเห็น แพทย์อาจจะแนะนำให้รอจนกว่าจะถึงขั้นที่เหมาะสมที่จะทำการผ่าตัด ในบางครั้งอาจจะต้องพิจารณาถึงประโยชน์และความเสี่ยงในการผ่าตัด คนไข้สามารถปรึกษาและตัดสินใจร่วมกันแพทย์ว่าคนไข้มีความพร้อมสำหรับการผ่าตัดต้อกระจกหรือไม่
อาการของต้อกระจกมีอะไรบ้าง ?

 • มีมองเห็นที่ไม่ชัดเจนเหมือนมองผ่านหมอก
• มีการมองเห็นสีต่างๆเปลี่ยนไป
• มีปัญหาในการขับรถเวลากลางคืนเนื่องจากรู้สึกว่าแสงไฟจากหน้ารถสว่างจ้าเกินไป
• มีปัญหาภาวะแสงกระจาย
• มีการเปลี่ยนแปลงแว่นสายตาบ่อยเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตา
• มีการมองเห็นภาพซ้อน

การผ่าตัดต้อกระจกมีความเสี่ยงอะไรบ้าง ?

 ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ละปีมีการผ่าตัดต้อกระจกเป็นจำนวนมาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการผ่าตัดต้อกระจกถือเป็นการผ่าตัดทั่วไปในสหรัฐอเมริกา การผ่าตัดต้อกระจกเป็นการผ่าตัดที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดประเภทหนึ่งแต่ก็อาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้แต่พบน้อยมาก ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้เช่น มีเลือดออก การติดเชื้อ การสูญเสียการมองเห็น การหลุดลอกของจอประสาทตา หรือต้องมีการผ่าตัดครั้งที่สอง

เมื่อไรจะกลับไปมองเห็นได้ตามปกติ ?

 คนไข้บางรายสามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นหลังจากผ่าตัด 2- 3 ชั่วโมงหรือในเช้าวันรุ่งขึ้น คนไข้บางคนอาจะต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์กว่าการมองเห็นจะกลับมาเป็นปกติ

หลังการผ่าตัดต้อจะกลับมาเป็นต้กกระจกอีกไหม ?

 หลังจากผ่าตัดไปแล้วจะไม่กลับมาเป็นต้อกระจกอีก แต่เนื้อเยื่อด้านหลังเลนส์แก้วตาที่เรียกว่า ถุงหุ้มเลนส์ด้านหลัง ซึ่งมีหน้าที่ช่วยยึดเลนส์แก้วตาเทียมให้อยู่กับที่ อาจจะเกิดความขุ่นมัวได้หลังจากการผ่าตัดไปแล้วหลายๆเดือนหรือเป็นปี ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษ



Superbrands   ได้รับการรับรอง ISO 9001:2008
Femtosecond LASIK | LASIK |เลสิค (เลสิก) | PRK | NV LASIK | สายตาสั้น | สายตายาว | สายตาเอียง | ต้อกระจก
ผังเว็บไซต์เลสิคไทย | นโยบายการใช้เว็บไซต์เลสิคไทย | เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์เลสิคไทย |TRSC LASIK MAIL

Copyright © 2009 TRSC International LASIK Center (Laser Eye Clinic) 968 อาคารอื้อจือเหลียง , ชั้น 6 ถ. พระราม 4 สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500
CallCenter: +66-2733-2020 Office: +66-2632-4432 แฟกซ์: +66-2632-4431   info@lasikthai.com แผนที่บริษัท
เหมาะสำหรับแสดงผลด้วย IE-4 ขึ้นไปและเลือกจอแสดงผลที่ 1024x768 | Bot ยังไม่ได้มาเก็บข้อมูล