1.ในวันที่มาตรวจประเมินสภาพตาจะมีการตรวจวัดดังต่อไปนี้

การลงทะเบียนคนไข้ |

การวัดความเพี้ยนแสง |

การวัดความหนากระจกตา |

การวัดระดับการมองเห็น |

การวัดสายตา |

การวัดความดันตา |

การหยอดยาขยายม่านตา |

การพบจักษุแพทย์ |
| - ลงทะเบียนประวัติคนไข้ |
| - วัดความเพี้ยนในการรวมแสง (WASCA undilate) |
| - วัดความโค้ง ความหนากระจกตา (Orbscan) |
| - วัดสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (Autorefraction) |
| - วัดสายตาโดยเจ้าหน้าที่เทคนิค (Refraction) |
| - วัดความดันตา (IOP) |
| - วัด White to White ด้วยเครื่อง Vumax |
| - หยอดยาขยายม่านตา (Dilation) |
| - วัดสายตาหลังหยอดยาขยายม่านตา (Cycloplegic) |
| - วัดความเพี้ยนในการรวมแสงหลังหยอดยาขยายม่านตา (WASCA) |
| - พบแพทย์ |
2. เมื่อแพทย์ตรวจประเมินสภาพตาคนไข้แล้วมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการรักษาด้วยวิธีใส่เลนส์ Phakic IOL ขั้นตอนต่อไปคือ
- นัดคนไข้เข้ามาวัดเลนส์ เพื่อแพทย์ที่ทำการรักษาจะได้พิจารณาเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับคนไข้ การจัดหาเลนส์ใช้เวลาดังนี้
| - เลนส์เพื่อรักษาสายตาสั้นหรือสายตายาวมาก ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ |
| -เลนส์เพื่อรักษาสายตาสั้นหรือสายตายาวมาก และมีสายตาเอียงร่วมด้วย ใช้เวลาประมาณ 8 สัปดาห์ |
- นัดคนไข้เพื่อ YAG PI (YAG Peripheral Iridotomy) แพทย์จะใช้ YAG เลเซอร์ เปิดรูขนาดเล็กบริเวณด้านข้างของม่านตา เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกของการหมุนเวียนของน้ำในตา ป้องกันความดันภายในลูกตาสูงอันเป็นสาเหตุของการเกิดต้อหินชนิดมุมแคบภายหลังการผ่าตัดใส่เลนส์ คนไข้จะได้รับการ YAG PI ล่วงหน้าก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
|