ในคนไข้บางรายที่แพทย์พิจารณาแล้ว สรุปว่าสามารถทำผ่าตัดรักษาสายตาได้โดยที่ไม่มีข้อห้าม แต่มีภาวะบางอย่างซึ่งไม่เหมาะสมกับการผ่าตัดด้วยวิธีเลสิค (LASIK) แพทย์อาจจะเสนอการผ่าตัดด้วยวิธี PRK แทน
 ลอกผิวกระจกตาที่อยู่ด้านนอกสุดออก
|
 มีลักษณะคล้ายผิวถลอก
|
 ใช้ Excimer Laser ปรับแต่งความโค้งของผิวกระจกตาโดยตรง
|

ปิดกระจกตาด้วย
คอนแทคเสนส์
แบบไม่มีค่าสายตา
|
PRK คืออะไร
PRK เป็นวิธีการผ่าตัดรักษาสายตาผิดปกติ (สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียง) แบบถาวรวิธีหนึ่ง โดยการลอกผิวกระจกตาที่อยู่ด้านนอกสุด (ที่เรียกว่า Epithelium) ของกระจกตาออกก่อน ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายผิวถลอก แล้วใช้ Excimer Laser ปรับแต่งความโค้งของผิวกระจกตาโดยตรง วิธีนี้เป็นวิธีที่มีมาก่อนเลสิค หลายสิบปี และยังใช้จนถึงปัจจุบัน
จะทำ PRK ในกรณีใด แพทย์จะพิจารณาทำ PRK ในคนไข้ที่
| สายตาสั้น และเอียงไม่เกิน 800 แต่กระจกตาบาง |
| - มีประวัติกระจกตาถลอกง่าย หรือมี Recurrent Erosion |
| - มีภาวะตาแห้งกว่าปกติและรักษายาก |
| - เหตุผลทางอาชีพ เช่น สอบเป็นนักบิน |
| - ผู้ที่เป็นโรคต้อหินในบางราย ซึ่งแพทย์เฉพาะทางต้อหินพิจารณาแล้วว่าสามารถรักษาสายตาผิดปกติได้ |
| - ผู้ที่มีความโค้งกระจกตาผิดรูปไม่เหมาะที่จะแยกชั้นกระจกตา |
ข้อดีของการรักษาด้วยวิธี PRK เป็น
- การรักษาภาวะสายตาผิดปกติอย่างถาวร
- มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย
- สามารถมองเห็นได้ทันทีหลังการผ่าตัด แต่อาจจะยังไม่คมชัดเต็มที่ในวันแรก
- ไม่ต้องฉีดยาชา เพียงแต่ใช้ยาชาหยอดตา และไม่มีการเย็บแผล
- กลับบ้านได้ทันทีหลังการผ่่าตัด
PRKกับการเพิ่มคุณภาพชีวิต
- PRK เปิดอิสระแห่งการมองเห็น ลดการพึ่งพาแว่นและคอนแทคเลนส์
- PRK เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพบางอาชีพ เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส ทหาร ตำรวจ เป็นต้น
- PRK เพิ่มความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับแว่นหรือคอนแทคเลนส์
- PRK เพิ่มความคล่องตัวในการประกอบกิจกรรม งานอดิเรกหรือกีฬา โดยเฉพาะกีฬา ทางน้ำ และกีฬากลางแจ้ง
- PRK เสริมสร้างบุคลิกภาพ
|